ตำนานๆ 009011 : รสช.ตามพระราชประสงค์
...........

(Chatichai Choon havan ) นายกรัฐมนตรีต่อจากพลเอกเปรม


แต่พลตรีชาติชายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงตัวจริงที่ประกาศว่าการบริหารประเทศตามแบบพลเอกเปรมนั้นล้าสมัยแล้ว




นายกชาติชายก็แต่งตั้งคนของตนเองแทนที่พวกนักวิชาการสายเปรมและวัง ที่ปรึกษาของนายกชาติชายประกอบด้วยคนที่เคยต่อสู้กับขบวนการขวาพิฆาตซ้ายในช่วง 2516 -2519 รวมทั้งนายไกรศักดิ์ลูกชายของนายกชาติชายที่เคยสัมพันธ์กับพรรคคอมมิวนิสต์ไทย และ มรว.สุขุมพันธ์ นักวิจารณ์ระบอบเปรม













2532 เจ้าชายฟรานซ์-โจเซฟที่สองแห่งลิคเทนสไตน์(Furst Franz Joseph II Liechtenstein)สิ้นพระชนม์ทำให้ในหลวงภูมิพลเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในโลกที่ยังมีพระชนม์อยู่


โครงการหลวงวัดญาณสังวรารามที่บางละมุง ชลบุรี ได้พัฒนาขยับขยายอยู่ตลอดเวลา

สร้างสวนสาธารณะใหญ่ในกรุงเทพสวนหลวงร.9 มีอาคารแสดงนิทรรศการโครงการในพระราชดำริ

มีการตัดถนนสายใหม่เรียกว่าถนนพระรามเก้า

บึงที่อยู่บริเวณนั้นบนที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินของในหลวงภูมิพลกลายเป็นบึงพระรามเก้า



มีสถานปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ของพระชนนีศรีสังวาลย์สร้างโดยกองทัพบนดอยตุงจังหวัดเชียงราย






จากนั้นสองสามปี โปรดเกล้าฯตั้งพล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลากับพล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ ลูกน้องของพลเอกเปรมให้เป็นองคมนตรี









สำนักงานทรัพย์สินฯของในหลวงภูมิพลเป็นตัวเชื่อมระหว่างรัฐกับเอกชน เพราะรัฐบาลต้องเกรงใจวัง พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลก็ลงทุนซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เช่นกัน





สิงหาคม 2532 มรว.สุขุมพันธ์ที่ปรึกษาพลเอกชาติชายตอบโต้ทหารให้กลับไปกวาดบ้านตัวเองก่อนที่จะโจมตีกล่าวหาคนอื่น

ทำให้พลเอกชวลิตและพลเอกสุจินดาสั่งระดมนายทหาร 1,000 นายตบเท้าชุมนุมข่มขู่ในโรงแรมกลางกรุงเทพ นายกชาติชายรีบตัดปัญหาด้วยการให้มรว.สุขุมพันธ์ลาออกและแต่งตั้งพลเอกชวลิตเป็นรัฐมนตรีกลาโหม พลเอกชวลิตเห็นเป็นโอกาสที่จะก้าวขื้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจึงลาออกจากราชการทหารและรับตำแหน่งรัฐมนตรี




มีนาคม 2533 พลเอกสุจินดาเตือนว่าจะไม่ยอมให้นักการเมืองแทรกแซงกองทัพ และไม่ยืนยันว่าจะไม่มีการรัฐประหารอีก เมื่อสมาชิกสภากล่าวหาว่ามีการทุจริตในกองทัพ พลเอกสุจินดาข่มขู่ว่าไม่ใช่ธุระของส.ส.





เพราะพลเอกชวลิตเคยออกความเห็นเกี่ยวกับระบบการเมืองไทยหลายครั้งที่ชวนให้สงสัยว่าสนับสนุนการปฏิวัติโดยประชาชน และชมชอบระบบที่มี สภาเปรซิเดียม กับ ประธานาธิบดี คล้ายคอมมิวนิสม์ และระบอบสาธารณรัฐ ซึ่งสร้างความกังวลให้วังอย่างมากและพลเอกชวลิตมีก็ที่ปรึกษาเป็นอดีตระดับสูงของพคท.












นายกชาติชายต้องรวบรวมพรรคอื่นๆ รวมทั้งพรรคเล็กของพลเอกอาทิตย์แล้วตั้งให้เป็นรองนายกรัฐมนตรี

พร้อมทั้งดึง พ.อ. มนูญ รูปขจร อดีตนักรัฐประหารโดยเลื่อนยศให้เป็นพลตรีและให้ทำงานในกระทรวงกลาโหม












พลเอกสุจินดาได้เป็นที่โปรดปรานของวัง โดยเฉพาะในหมู่สาวชาววัง เพราะมีบุคลิกและหน้าตาดี แต่ไม่ใกล้ชิดวังแบบเปรม



หลายคนทั้งในวังและภายนอกก็เชื่อได้ว่านี่คือรัฐบาลในฝันสำหรับประเทศไทย คือ กองทัพมีวินัยและเป็นระเบียบ นักวิชาการทำงานด้วยความเสียสละ โดยมีพระเจ้าอยู่หัวทรงคอยดูแลอยู่อย่างเป็นห่วงเป็นใย แต่ก็มีวาระที่ไม่ยาว เนื่องจากการเลือกตั้งที่กำหนดไม่เกินเดือนเมษายน 2535 เพื่อลดความไม่พอใจของประชาชนรวมทั้งท่าทีของรัฐบาลต่างชาติ







กันยายน 2534 พลเอกสุนทร คงสมพงษ์เกษียณราชการ และพลเอกสุจินดาก็ควบตำแหน่งผบ.สูงสุด แก๊งจปร. 5 ผงาดคุมกองทัพอย่างเบ็ดเสร็จ










ดังนั้น เราจึงต้องใช้สิ่งที่เรามีอยู่แล้ว เพื่อความสมานฉันท์และความอยู่รอดของประเทศชาติ จริงๆแล้วประเทศที่ยึดมั่นในหลักการที่สมบูรณ์แบบอย่างแข็งตัวอาจพังทลายได้ ทรงอธิบายเถไถไปถึงเรื่องวิถีทางของพระองค์ที่สุดยอด ว่าเป็น วิถีทางของคนยากคนจน การเสียสละมาก่อนผลประโยชน์ใดๆ และไม่ยอมให้กฎเกณฑ์ทางราชการใดๆมาเป็นอุปสรรค




















พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งพลเอกสุจินดาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยไม่ใส่พระทัยเสียงคัดค้านของประชาชน






รัฐบาลสุจินดาห้ามสื่อรายงานข่าว โทรทัศน์รายงานแต่เพียงรัฐมนตรีกับพระพยอมที่วิจารณ์พฤติกรรมของพลตรีจำลองว่าเป็นภัยต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์




กองทัพได้วางแผนไว้ในวันที่พรรคฝ่ายค้านประท้วงเดินออกจากห้องประชุม พลเอกอิสระพงษ์ หนุนภักดี ผบ.ทบ.คนใหม่ พี่เมียของนายกสุจินดาได้ประชุมกับตำรวจและทหารที่ดูแลความมั่นคงในกรุงเทพ



วันถัดมาในสภา ฝ่ายค้านวิจารณ์การแถลงนโยบายรัฐบาลของนายกสุจินดา นายกสุจินดาลุกขึ้นชี้แจงต่อสภาขณะที่โทรทัศน์ถ่ายทอดสดกล่าวประณามอย่างเผ็ดร้อนเป็นเวลาห้านาที โดยโจมตีพลตรีจำลองว่าทำลายพุทธศาสนา พลเอกชวลิตก็เป็นคอมมิวนิสต์และนิยมระบอบประธานาธิบดี

คนทั้งกรุงเทพฯตกตะลึงกับการแถลงที่ดุเดือดเผ็ดร้อนของนายกสุจินดา ตลาดหุ้นตกวูบลงทันที และสภาต้องยุติการประชุมไปในลักษณะเอะอะโกลาหล นายกสุจินดาประกาศพร้อมสู้ เพราะมีกำลังติดอาวุธอยู่ในมือ และมีแผนที่กำหนดไว้แล้ว


ขณะที่นายกสุจินดายังคงท่องบทองครักษ์พิทักษ์พระเจ้าอยู่หัว วิทยุและโทรทัศน์ที่อยู่ในการควบคุมของกองทัพทำการ






รัฐบาลบอกว่าผู้ชุมนุมที่ไม่ยอมสลายตัวขัดขวางเส้นทางเสด็จ และละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ สถานีวิทยุ จส. 100 ของนายปีย์ มาลากุลรายงานว่าพลตรีจำลองกำลังขัดขวางเส้นทางเสด็จ แต่ แต่ขบวนรถเสด็จก็เปลี่ยนเส้นทางอ้อมไปทางอื่น ฝูงชนเพิ่มจำนวนขึ้นอีก




ทำให้กษัตริย์ภูมิพลผู้สนับสนุนเผด็จการทหารมาตลอดสามารถพลิกกลับกลายมาเป็นกษัตริย์นักประชาธิปไตยจอมปลอมได้อย่างไม่น่าเชื่ออีกครั้งหนึ่ง
..............
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น