ฟัง : http://www.mediafire.com/?zpgi9mq1auaf56u
หรือ : http://www.4shared.com/mp3/FCqYCNCE/Section_112_The_Royal_Threat_0.html
หรือ : http://www.4shared.com/mp3/FCqYCNCE/Section_112_The_Royal_Threat_0.html
112 สยองพระเกียรติ
ตอนที่ 2 แย่งกันจงรักภักดี
ขาใหญ่ดาหน้าปกปักรักษามาตรา 112
ในช่วงปลายปี 2554 มีบรรดาขาใหญ่ฝ่ายนิยมเจ้าดาหน้ากันออกมาจะออกมาคัดค้านการจะแก้ มาตรา 112 ไล่ตั้งแต่


และนายสุเมธ ตันติเวชกุล อายุ 72 ปี ถามว่าทำไมต้องเจาะจงแก้มาตรา 112 พร้อมทั้งยกโคลงล้อประธานาธิบดีสหรัฐยังติดคุก ทั้งๆที่ไม่ใช่โคลงล้อ แต่เป็นการขู่จะสังหาร
ข้ออ้างเรื่องศาลสหรัฐ
ลงโทษผู้หมิ่นประธานาธิบดีโอบามา
ผู้ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดแก้ไขปฏิรูปกฎหมายอาญามาตรา 112 ต่างออกมาแสดงความเห็นผ่านสื่อมวลชน ตั้งแต่นายสุริยะใส กตะศิลา, ปราโมทย์ นาครทรรพ, มีชัย ฤชุพันธุ์ และ สุเมธ ตันติเวชกุล โดยยกกรณีผู้แต่งบทกวีข่มขู่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ซึ่งถูกศาลสหรัฐตัดสินลงโทษจำคุก


มีหลายคนไม่พอใจคำตัดสินที่คนทำผิดเขียนกลอนชื่อ สไนเปอร์ พิมพ์ครั้งแรกปี 2550 และพิมพ์ซ้ำ 2552 ขู่จะยิงประธานาธิบดีโอบาม่า โดยเห็นว่าการเขียนกลอนแบบนี้ เป็นสิทธิเสรีภาพซึ่งไม่มีความผิด บางคนก็ยกตัวอย่างงานเขียนประเภทเดียวกัน เร็วๆนี้ ก็ยังมีคนเปิดเฟซบุ๊ค ให้คนมาออกเสียงว่า โอบาม่าควรถูกลอบสังหารหรือไม่ ให้เลือกตอบควร ไม่ควร หรืออาจะ yes, no, maybe ก็มีคนไปลงโหวตกันเป็นร้อยๆ แต่ตอนหลังเฟซบุ๊คปิดไป และมีการสอบสวนกัน แต่ไม่มีข่าวดำเนินคดีอะไรเลย .. พูดง่ายๆ คือ แม้แต่มาตราที่ว่านี้ ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้กันอย่างพร่ำเพรื่อ หรือใช้บ่อย
ปัญหาศรัทธาเสื่อม
ถ้าพวกขาใหญ่คลั่งเจ้าทั้งหลายพอมีสติอยู่บ้าง ก็น่าจะยอมรับความจริงว่าปัญหาศรัทธาเสื่อมเกิดมาจากอะไร เพราะเมื่อเมื่อ 5 ปีที่แล้วในเดือนเดือนมิถุนายน 2549 ทั้ง ๆ ที่มีกระแสเรียกร้องให้เลือกระหว่างทักษิณกับในหลวงดังกึกก้องจากฝากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

อีก 3 เดือนต่อมา เมื่อมีการรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คนจำนวนมากยังใส่เสื้อเหลืองไปต้านรัฐประหารโดยมีเป้าสูงสุดแค่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
วันที่ 13 ตุลาคม 2552 อีก 2 ปีต่อมาช่วงเช้ามีข่าวการเสด็จพระราชทานเพลิงศพผู้ชุมนุมพันธมิตร วันรุ่งขึ้น นายอานันท์ ปันยารชุน ยังเป็นประธานเผาศพแกนนำพันธมิตร ที่เสียชีวิตเพราะพกพาระเบิดมาในรถส่วนตัวของตนเอง รวมไปถึงการปราบปรามประชาชนในเดือน เมษา-พฤษภา 2553 ของบรรดาทหารรักษาพระองค์และทหารเสือราชินี
ถ้าพวกขาใหญ่ผู้จงรักภักดีพอจะมีสติสัมปัญชัญญะเหลืออยู่บ้าง ก็คงคิดพิจารณาเองได้ว่า อะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผลว่า พวกท่านเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร



เครือข่ายสยามสามัคคี เห็นว่ากรณีดังกล่าวเกิดจากการรับฟังข้อมูลเพียงบางส่วน ไม่มีความเข้าใจอย่างแท้จริงเรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงไม่เข้าใจจารีตประเพณี วัฒนธรรม ความผูกพันอันแนบแน่นระหว่างประชาชนไทยและพระมหากษัตริย์ จึงไม่เข้าใจที่มาของกฎหมาย และไม่ตระหนักถึงผลร้ายที่จะตามมา ซึ่งความเห็นขององค์กรระหว่างประเทศดังกล่าวอาจมาจากการแสดงออกของรัฐบาลไทย ที่ปล่อยให้มีขบวนการละเมิดกฎหมายและละเมิดกระบวนการยุติธรรม ทำลายความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อองค์พระมหากษัตริย์ โดยมุ่งเพื่อประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น การเรียกร้องของบุคคลดังกล่าว เป็นกระบวนการเพื่อล้มล้างความเป็นมาตรฐานสากลของกระบวนการยุติธรรมไทย และทำลายความเชื่อมั่นต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในไทย ไม่เคารพสิทธิ ความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และอาจทำให้เกิดความเกลียดชังในชาติ ยั่วยุให้เกิดการเลือกปฏิบัติ เครือข่ายสยามสามัคคีจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงออกถึงการยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ชี้แจงให้บุคคลดังกล่าวและนานาประเทศเข้าใจและยอมรับการปกครองของไทย โดยให้มีหนังสือชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริงแห่งคดีที่เกิดขึ้น ตลอดจนความสำคัญของกฎหมาย และผลร้ายที่จะตามมาหากมีการละเมิด พร้อมทั้งขอให้รัฐบาลทำหนังสือประณามการแทรกแซงกิจการภายใน ลบหลู่กระบวนการยุติธรรมของไทย และการแสดงออกที่มีผลให้เกิดความขัดแย้งในสังคมไทย -16 ธ.ค. 2554

ทูตสหรัฐอเมริกาต่อไป




นางกาญจนี วัลยะเสวี |

-24 ธ.ค. 2554 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่มีการเข้าไปแก้ไขในส่วนของมาตรา 112 และจะคัดค้านจนถึงที่สุด หากมีการแก้ไขในมาตราดังกล่าว

แต่หากจะมาไล่จับกัน ก็อาจไม่เป็นเพียงเรื่องภายในประเทศอีกต่อไป เพราะจะกลายเป็นเรื่องระดับสากล แม้แต่ทูตสหรัฐ ยังมองว่าเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน

-27 ธันวา 2554 พล.อ.ประยุทธ์ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ว่าทางซูดานได้แสดงความดีใจและกล่าวกับกำลังทหารของไทยว่า คนไทยโชคดีที่มีพระเจ้าอยู่หัว ต่างชาติเขารู้จักประเทศไทย เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์จำไว้ ประเทศไทยมีชื่อเสียงในโลกเพราะสถาบันพระมหากษัตริย์
เรียกร้องให้แก้ไขมาตรา 112
![]() |
นายสุเมธ ชุมสาย |

กูบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
ใครไม่ดูหนังกูก็เรื่องของมึง
-11 มกราคม 2555 บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เขียนในเฟซบุ๊คกรณีมีกระแสต่อต้านภาพยนตร์เรื่องปัญญากับเรณูภาค 2 ที่เขาเป็นผู้กำกับการ แสดงว่า เรื่องหนังของผม..ผมทำหนังมาเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทย..ใครจะดูหรือไม่ดูก็ เรื่องของพวกเค้า..หนังผมจะไม่ได้เงินหรือได้เงินมันก็เรื่องของผมเพราะมัน เป็นเงินของผม

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ จู่ๆบิณฑ์ก็ได้ออกมาเขียนข้อความในเฟซบุ๊คของเขาว่า
ไอ้พวกสัตว์นรกชอบทำความแตกแยกคนไทยด้วยกัน..คนที่แม่งพูดบอกว่าประชาชนปลดรูปลงหมดแล้ว..ปลดรูปโคตรพ่อโคตรแม่มึงนะลงเอากระทืบไงไอ้สัตว์..พวกมึงไม่รู้สำนึกแล้วยังมาหน้าด้านอยู่ประเทศไทยทำไม..กูบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ถ้าใครข้องใจ..แต่อย่าหน้าตัวเมียน่ะ เจอกูได้ทุกเวลา..เปิดตัว ออกมา ไอ้เหี้ย
บิณฑ์ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังปัญญากับเรณูภาค 2 ที่กำลังจะลงโรงฉายในวันที่ 26 มกราคม 2555
ต่อมาเขาได้โพสต์ในเฟซบุ๊คว่า
สวัสดี ครับเพื่อนๆที่รักทุกคน ..ผมขอโทษในเรื่องคำพูดที่พูดออกไป ผมรู้ว่ามันไม่เหมาะสม แต่ผมเอาไม่อยู่จริงๆ ผมเทิดทูนและรักในหลวงไม่แพ้เพื่อนๆทุกคน..ผมขอ โทษครับ


ส่วนกรณีของนายสุนัย ได้มอบให้กองปราบดำเนินการหาพยานหลักฐานอยู่ นอกจากนี้ที่ผ่านมา ตอนหาเสียง ตนและพรรคพวกถูกกล่าวหาเรื่องไม่จงรักภักดี จึงมีแนวคิดอยากแก้ไขหรือเพิ่มกฎหมายใหม่เรื่องความจงรักภักดี โดยห้ามกล่าวหาบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่จงรักภักดี หรือบอกว่า ตัวเองจงรักภักดี แต่คนอื่นไม่จงรักภักดี หากใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 5 ปี แนวคิดนี้ในอนาคตตนต้องพูดในพรรค หากจะทำจริงต้องหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา


พล.อ.ประยุทธ์ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นเรื่องของความพยายามที่อาจจะไม่ปกติ อยากจะทำโน่นทำนี่ โดยไม่คิดว่าอะไรควรไม่ควร นักวิชาการเหล่านี้ จะต้องกลับไปทบทวนว่าสถาบันทรงคุณต่อแผ่นดินอย่างไร ไม่ใช่ไปบังคับ หรือผูกขาดความจงรักภักดี แต่ต้องการให้ทุกคนระลึกอยู่เสมอว่าบ้านเมืองมีชื่อเสียงเกียรติยศในโลกนี้ ส่วนใหญ่ที่รู้จักประเทศไทย รู้จักมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก่อนทั้งสิ้น ผมเคยบอกไปหลายครั้งแล้วว่าไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง คนทั้งแผ่นดินเคารพเทิดทูน แต่ท่านมาทำลายความรู้สึกของคนทั้งแผ่นดิน ขอถามว่าท่านจะได้อะไร อย่าให้ว่าผมใช้คำรุนแรง เมื่อท่านรุนแรง ผมก็รุนแรงกับท่าน แต่ผมอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่มีการทำอะไรนอกกฎหมายทั้งสิ้น ท่านอย่าทำผิดกฎหมายก็แล้วกัน ที่น่าแปลกใจ เพราะไม่ได้ปรากฏเลยว่า คณะนิติราษฎร์จะพูดอะไรรุนแรงกับพระเจ้าอยู่หัว

เสนอหน้า
แย่งกันจงรักภักดี

ทำไมสถาบันอื่นๆยังสมควรได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ ทำไมจึงจะยกเลิกแต่เฉพาะการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย ซึ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติรับรองว่าเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดละเมิดมิได้ หรือตั้งใจจะยกเลิกการคุ้มครองเสียทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หรือเจ้าพนักงาน ก็ไม่ต้องมีกฎหมายคุ้มครองกันเป็นพิเศษ ก็พูดมาเสียให้ชัด
เพื่อประชาชนจะได้เข้าใจได้ถูก และแสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยได้อย่างถูกต้อง

ขณะที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ซึ่งเป็น มีภูมิหลังเป็นมือเป็นไม้ของคณะรัฐประหารมาโดยตลอด


แล้วพ่อแม่พวกนี้ทำอะไรอยู่..ไม่ห้ามปรามเลยหรือ หรือวายชนม์ไปหมดแล้ว ผมขอโทษนะครับ อย่าหาว่าผมก้าวล่วง แต่อยากถามคนกลุ่มนี้จริงๆว่า พ่อแม่คุณอบรมสั่งสอนหรือเปล่า " ปรากฎว่าเรื่องนี้สร้างความฮือฮาในสังคมเน็ตเวิร์คมาก เพราะหนึ่งในบรรดาผู้รณรงค์แก้ไขม.112 รายสำคัญคือนายปราบดา หยุ่น นัีกเขียนรางวัลซีไรต์ ลูกชายนายสุทธิชัย หยุ่น เจ้าของเครือเนชั่น และเป็นเจ้านายของนายกนกนั่นเอง ที่สำคัญนายสุทธิชัยก็ยังอยู่ไม่ได้วายชนม์แต่อย่างใด เฟซบุ๊กสำนักพิมพ์ไต้ฝุ่นของนายปราบดา หยุ่น ได้โพสต์ข้อความว่า“ ปกติไม่ชอบพูดเรื่องส่วนตัวเลย แต่บางข่าววันนี้ทำให้อยากบอกว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นคนโชคดีมากๆ คือการมีพ่อกับแม่ที่มอบสิ่งมีค่าที่สุดกับเรามาตลอด นั่นคืออิสระทางความคิดและการใช้ชีวิต สำหรับเรา ความหมายของการอบรมสั่งสอนลูกที่ดีคือแบบนี้ ไม่ใช่แบบที่อบรมให้ไหม้เกรียมไปด้วยการบังคับ และสั่งสอนให้ตกเป็นทาสของขนบงมงาย"
![]() |
กนก รัตน์วงศ์สกุล และ ปราบดา หยุ่น |
ปราบดา หยุ่น นักเขียนซีไรต์ ปี 2545 เป็นผู้ร่วมลงชื่อรณรงค์ให้แก้ไขมาตรา 122 ได้เคยกล่าวไว้ว่า “ สังคมที่ได้รับการปกครองโดยธรรม ไม่มีความจำเป็นต้องหวาดกลัวความจริง ไม่ต้องกักขังผู้ที่เห็นต่าง ไม่ต้องใช้คำว่ากบฏปรักปรำสมาชิกด้วยกัน การมอบเสรีภาพทางความคิดและการแสดงออกอย่างหมดจดให้กับสังคม คือบทพิสูจน์ที่จะสะท้อนได้อย่างแจ่มชัดที่สุดว่า ตัวตนที่แท้ของสังคมนี้เป็นเช่นไร หากสมาชิกในสังคมกล้ายืนยันว่าสังคมไทยไม่ใช่สังคมเผด็จการ ไม่ใช่สังคมลัทธิ วิธีพิสูจน์ที่จะปราศจากข้อกังขาโดยสิ้นเชิงคือ ต้องปรับระดับแสงไฟแห่งเสรีภาพทางความคิดและการแสดงออกให้เจิดจำรัสถึงขีดสุด”

-นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของคณะนิติราษฎร์ที่เสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 112 และ รัฐธรรมนูญ มาตรา 8 ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ ว่า“ ความเคลื่อนไหวของคณะนิติราษฎร์ต้องบอกว่าท่าดีทีเหลว ทำไปทำมากลับมุ่งเพียงการแก้ไขเนื้อหาที่เกี่ยวกับสถาบัน สร้างความแตกแยกให้เพิ่มขึ้นในบ้านเมือง ทั้งๆที่กำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์นั้นสร้างผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างมาก ไม่มีเหตุไม่มีผลที่รับฟังได้ ความจริงมีเรื่องอื่น มาตราอื่นๆที่สมควรแก้มากมาย แต่น่าแปลกว่าคณาจารย์กลุ่มนี้กลับไม่เอาสมองไปคิด แต่ขอยืนยัน ย้ำว่าคณะนิติราษฎร์ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล และพรรคเพื่อไทยหรือแม้แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเราก็ได้ประกาศจุดยืนไปแล้วว่าจะไม่แตะต้องเรื่องดังกล่าว น่าสงสัยถึงเจตนาในการเสนอแก้ไขกฎหมายของคณะนิติราษฎร์ว่าไปรับจ๊อบรับงานอะไร ที่มีวาระแอบแฝงมาหรือไม่ พวกคุณเป็นนักวิชาการเอียงซ้ายหรือเอียงขวากันแน่ บ้านเมืองกำลังเข้าร่องเข้ารอยแต่คุณกำลังปลุกทหารมาปฏิวัติหรือเปล่า ขอให้พี่น้องประชาชนที่เทิดทูนสถาบัน ลูกศิษย์ลูกหาออกมาต่อต้านกันเยอะๆ เชื่อว่าถ้าคณะนิติราษฎร์ยังไม่หยุด จะเจอคลื่นมหาชนแน่ขอร้องว่าอย่าสร้างเงื่อนไขการเมืองให้ถึงทางตัน เปิดโอกาสให้ฝ่ายล้มล้างรัฐบาลออกมาอีกรอบ ขอเตือนคณะนิติราษฎร์ให้ระวังไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ตอนบ้านเมืองเกิดวิกฤติพวกคุณไม่เคยออกมา หายหัวหมด วันนี้ออกมาเหมือนอยู่เมืองไทยไม่สงบสุขหรืออย่างไร ”
![]() |
น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี |
-28 มกราคม 2555 ที่ลานพระรูปทรงม้า น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยประชาชน 50 คน ร่วมชูป้ายต่อต้านคณะนิติราษฎร์ที่มีข้อความ อาทิ ทำเพื่อพ่อขจัดนิติทรราชพวกอกตัญญูไม่รู้คุณแผ่นดิน หรือ นิติราษฎร์ออกไป เป็นต้น เพื่อแสดงถึงจุดยืนคัดค้านแนวคิดของกลุ่มนิติราษฎร์ น.ส.จิตภัสร์ได้อ่านแถลงการณ์ที่มีใจความว่า เรารู้สึกอึกอัด เสียใจ ซึ่งที่ผ่านมามีกระบวนการเคลื่อนไหวบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่รักและเคารพยิ่งของคนไทยทุกคน วันนี้จึงอยากเรียกร้องให้ทุกคนที่มีจุดยืนเดียวกันคือ รักและเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง ทำความเข้าใจกับบุคคลที่อาจเข้าใจผิด หรือได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่น่าแปลกคือ น.ส.จิตภัสร์ไม่ได้อธิบายในเชิงเหตุผลเลยว่า คณะนิติราษฏร์เสนออะไร ไม่ถูกต้องอย่างไร มีความเป็นไปได้ว่า เธออาจจะไม่เคยอ่านข้อเสนอของนิติราษฎร์เลย



ขณะที่นายพร้อมพงษ์ ขอให้ดีเอสไอดำเนินการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีกับบุคคลที่ใช้เครือข่ายออนไลน์และอินเตอร์เน็ต เผยแพร่ข้อความอันมีลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อสถาบัน


ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้ปล่อยเกาะหรือทอดทิ้งกลุ่มนิติราษฎร์ อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามกล่าวหา แต่เราเป็นสังคมประชาธิปไตย ไม่มีการผูกยึดกับบุคคลหรือองค์กร นอกจากเหตุผลหรือข้อเท็จจริงในแต่ละสถานการณ์ บางข้อเสนอสอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สังคมขานรับ และบางข้อเสนออาจไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้อง และอาจทำให้เกิดความสับสน ก็จะมีการตั้งข้อสังเกต และแสดงความเห็นต่าง เป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย รับฟังทุกฝ่ายและยอมรับความจริงว่าประเทศนี้ต้องปกครองโดยระบอบประชา ธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็น ประมุข แล้วทุกฝ่ายยุติการเอ่ยอ้างถึงสถาบันเบื้องสูงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แม้ฝ่ายต่อต้านการแก้ไข112 บอกว่าทำไปเพื่อปกป้องสถาบัน แต่ฝ่ายเสนอแก้ไขนั้นก็ได้ยืนยันเช่นกันว่า แก้ไขเพื่อปกป้องสถาบัน ไม่มีฝ่ายใดคิดจ้องล้มสถาบันดังที่มีการโจมตีกัน เป็นเพียงความเห็นต่างในระบอบประชาธิปไตย

ก่อนหน้านี้เมื่อ19 พฤษภาคม 2554 ปราบดา หยุ่น ร่วมกับ ทราย เจริญปุระ และเพื่อนนักเขียน ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงเพื่อนนักเขียนไทยทั่วประเทศร่วมลงชื่อในการเรียกร้องให้มีการแก้ไขมาตรา 112 และยุติการใช้ข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพปิดกั้นการแสดงออกและแสดงความ คิดเห็นทางการเมือง ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยต้องแยกแยะการล้มสถาบัน ออกจากการอภิปรายเพื่อนำไปสู่เสถียรภาพทางสังคมในระยะยาว และการปกป้องเสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดของประชาชน ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
![]() |
นายเตชะ ทับทอง กลุ่มทำดีเพื่อพ่อ |
![]() |
นายประชา ประสบดี |
-1 กพ. 2555 นายประชา ประสพดี ในฐานะรองประธานกรรมาธิการการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงมติคณะกรรมการบริหารม.ธรรมศาสตร์ สั่งห้ามให้มีการเคลื่อนไหวการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112ใน พื้นที่มหาวิทยาลัย ว่า ม.ธรรมศาสตร์เป็น พื้นที่เปิดที่สามารถแสดงความคิดเห็นทางวิชาการได้ และก่อนหน้านี้ ก็อนุญาตให้กลุ่มพันธมิตรฯสามารถเคลื่อนไหวในหอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัยมาแล้ว และหากมีการห้ามกลุ่มนิติราษฎร์เคลื่อนไหว เท่ากับเป็นการสร้างบรรทัดฐานต่อไปก็จะไม่มีการเคลื่อนไหวทางวิชาการได้อีก ต่อไป จึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมการบริหารฯยกเลิกมติดังกล่าว เพราะเรื่องที่ดำเนินการก็ทำในกรอบของกฎหมายและไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน และเท่ากับเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย
![]() |
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต |

![]() |
นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ |



มาถึงวันนี้ ชนชั้นนำไทยควรจะต้องสรุปบทเรียน และยอมรับในเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเสียที การคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยกับคณะนิติราษฎร์ทำได้โดยการแลกเปลี่ยนเหตุผล ไม่ใช่การสร้างกระแสขวามาข่มขู่คุกคาม และถ้าหากมีการแลกเปลี่ยนด้วยเหตุผล สังคมไทยจะบรรลุวุฒิภาวะที่จะทำให้ประชาชนฉลาดขึ้นโดยทั่วกัน
ยืนยันในหลวงทรงงานหนัก




.............................
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น