http://www.mediafire.com/?67a3i6ck2bhzrav
หรือทาง : http://www.4shared.com/audio/9KRbeOq5/Stream_Stable_Story__002_.html
.......
.......
ป้าสมจิต : พิศวาสไม่ขาดรัก

ป้าสมจิตกับลุงสมชายเป็นญาติที่ใกล้ชิดกัน เพราะพ่อของป้าเป็นหลานแท้ๆ ของท่านย่าสว่าง ป้าสมจิตและบุษบันผู้เป็นน้องสาวต้องมารดน้ำคุณย่าสว่างช่วงสงกราต์เป็นประจำทุกปี รัชกาลที่ 5 เป็นปู่ของลุงสมชายและเป็นปู่ของพ่อของป้าสมจิต



ป้าสมจิตเป็นคนชอบสนุกสนานรื่นเริง ชอบเล่นไพ่ กินเหล้ากับเมียนายตำรวจทหาร และหญิงรับใช้ที่อยู่รายล้อม ป้าเป็นคนหูเบา งมงายเชื่อไสยศาสตร์และหมอดู เป็นคนเจ้าชู้ไม่แพ้พี่ๆน้องๆ ที่ชอบมีคู่ครองหลายคน มีช่วงหนึ่งที่ป้าแสดงออกนอกหน้า ว่าป้ารักนายทหารคนหนึ่ง ยิ่งกว่าลูกชายของป้าเองเสียอีก

ช่วงวันมาฆะบูชา ป้าชอบมาที่วัดโพธิ์ สถานที่ที่ทำให้รำลึกถึงคนที่เป็นที่รักยิ่ง คือ คุณน้ำผึ้ง หรือ ที่รัก ที่เมื่อราว 30 ปีก่อนทหารหนุ่มอนาคตไกลได้ถูกส่งมาดูแลป้า และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นไม่ว่าป้าจะเดินทางไปไหน จะขึ้นเขาลงห้วยก็จะเห็นคุณผึ้ง คอยเป็นเงาดูแลป้าอย่างใกล้ชิด



ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มก่อตัวขึ้นตามลำดับ ทำท่าว่าจะดีมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนอาจถึงขั้นยอมตายแทนกันได้ ขนาดว่าเคยอารักขาอยู่ตลอดทั้งคืนโดยมิได้หลับเลยแม้แต่งีบเดียว คุณผึ้งเป็นคนที่ภักดีต่อลุงสมชายและป้าสมจิตเป็นอย่างยิ่ง ช่วงเกิดกบฏเมษา 2524 คุณผึ้งเพิ่งผ่าตัดกระดูกไม่ถึงสัปดาห์ ยังเจ็บแผลและเข้าเฝือกอยู่ ก็ยังพาลุงและครอบครัวลี้ภัยไปโคราช





ป้าจำได้ดีเพราะเป็นดอกที่ป้าเคยมอบให้ไว้กับเขาและสิ่งที่ทำให้ป้าต้องนอนไม่หลับไปอีกหลายคืนก็คือ กระดาษโน้ตลายมือคุณผึ้งที่เขียนข้อความไว้ว่า สิ่งที่ผมกลัวที่สุดก็คือ พรุ่งนี้ผมตื่นมาแล้วจะไม่ได้เห็นหน้าคุณ แสดงว่าคุณผึ้งต้องรู้อะไรมาก่อนหน้านี้ ป้าจึงรีบส่งโทรเลขไปถามข่าว ใช้เวลารออยู่หลายวัน ป้าก็ได้รับโทรเลขตอบกลับมา ว่าคุณผึ้งเสียชีวิตแล้ว เมื่อวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2528 จากอาการเส้นเลือดหัวใจอุดตัน


แต่ไม่กี่ปีมานี้ คนใกล้ชิดคุณผึ้งได้นำสมุดบันทึกประจำวันของคุณผึ้งมาให้ป้าอ่าน และป้าได้อ่านจนมาสดุดกับย่อหน้าที่ว่า ......
วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ปี 2528

ที่จริงวันนั้นผมไปที่วิหารพระนอนและได้เห็นท่าน เพียงแต่ผมเข้าใกล้ท่านไม่ได้จริงๆ ผมได้เห็นท่านมีความสุขก็เพียงพอแล้ว แต่ผมสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่า ปีหน้าหลังจากที่ผมเรียนจบผมจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนท่านในวันมาฆบูชา และจะไม่หนีท่านไปไหนอีก ผมสัญญาว่า เราจะมานั่งสมาธิ และบำเพ็ญบุญกุศลร่วมกัน ผมขอให้สัญญา...


ป้ายังมีความรักที่ไม่รู้จบต่อมาเรื่อยๆกับพวกทหารหนุ่มใหญ่หลายคน ท้ายสุดก็มาหยุดพักยาว กับลิ้มนักรักรุ่นใหญ่




เมื่อก่อนลิ้มชอบพูดจาพาดพิงป้าหลายครั้ง เวลาเมาชอบตำหนิลุงว่าโง่ ไปคว้าป้ามาทำเมีย เพราะที่จริงลุงรักน้องสาวของป้าที่ชื่อบุษบันซึ่งตอนนี้เป็นแม่ของเมียใหม่ลิ้ม แต่ลุงต้องไปเอาป้าก่อนตามลำดับอาวุโส

แต่มีครั้งหนึ่ง ที่ลุงเรียกปุ๊กกี้ที่เป็นนางงามจักรวาล เข้าพบสองต่อสอง อยู่หลายครั้ง เป็นโอกาสของลุง ที่จะคว้าคนสวยที่สุดมาเป็นเมียตัวจริง แต่ป้ารีบไปจัดการ ให้ปุ๊กกี้ไปแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของป้า โดยป้าเป็นธุระจัดการเรื่องทั้งหมดเพื่อสกัดปุ๊กกี้

การที่ลิ้มเริ่มพูดพาดพิงป้าหลายครั้ง ที่สำคัญไปบอกคนวงในผู้ใกล้ชิด ว่ามีคลิ้ปเด็ดที่สามารถใช้เป็นยันต์วิเศษสะกดป้าให้อยู่ในกำมือได้ เพราะลิ้มเป็นทั้งราชบุตรเขยและชู้รักสตรีผู้สูงศักดิ์ เรื่องโอหังของลิ้มไปถึงหูป้า และเสี่ยอูก็อยากทำตัวเป็นลูกที่ดี จึงสั่งจัดการลิ้มที่บังอาจลามปามหนักข้อขึ้นทุกวัน แต่เสี่ยอูไม่มีกองกำลังของตนเองจึงต้องอาศัยคนอื่นให้ช่วย มีทั้งกลุ่มนายห้อย กำนันเทือกและพลเอกปลาวิด ที่มีน้องชายเป็นหัวหน้าตำรวจชื่อพัดชาวาด คนทั้งหมดได้ช่วยกันสนองความประสงค์ของเสี่ยอู

แต่เนื่องจากเป็นทีมงานเฉพาะกิจที่ยังขาดความเด็ดขาด ทำให้ลิ้มรอดมาได้ราวปาฏิหารย์ ทำให้ลิ้มต้องรีบสงบปากสงบคำ และกบดานทันที ไม่ออกไปไหนอีกเลยพักใหญ่ แม้แต่ที่บ้านพระอาทิตย์ก็ยังต้องขึงตาข่ายป้องกันลูกระเบิด




อุบารัตนน:
คุณป้าอยากเป็นนางเอก

หญิงใหญ่อุบารัตนนหรือจูลี่ เป็นลูกสาวคนโตของลุงที่ลุงรักมากที่สุด และก็ทำให้ลุงผิดหวังมากที่สุดเช่นกัน เป็นลูกที่ฉลาดที่สุดและมีบุคคลิกดีที่สุด ที่ลุงรักตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เป็นเพื่อนเล่นกีฬา ตีแบดมินตันด้วยกัน ที่โด่งดังมาก คือ การแข่งเรือใบกีฬาแหลมทอง ที่กำหนดไว้ให้สองพ่อลูกได้ครองเหรียญทองร่วมกันและสร้างประวัติศาสตร์ของวันกีฬาแห่งชาติเมื่อปี 2510









ต่อมานายปีเตอร์ก็นำกิจการแชร์ลูกโซ่ มาเผยแพร่ในประเทศไทย โดยเป็นผู้ก่อตั้งแชร์แม่ชม้อยที่ลือลั่น ตอนที่โดนจับนางชม้อยยังพูดออกทีวีขอให้คุณประสิทธิ์ หรือ ป.จ. ซึ่งก็คือนายปีเตอร์ จันทร์เสนสามีหญิงใหญ่ให้ช่วยเธอด้วย






เสี่ยอู : ลูกไม่รักดีขนานแท้






เพื่อกำจัดอิทธิพลความคิดสังคมนิยมที่กำลังแผ่ขยายเข้ามา โดยปลายปีก่อนหน้านั้นพรรคประชาชนปฏิวัติลาวได้รับชัยชนะ โค่นล้มสถาบันกษัตริย์ลาว เจ้าสีสว่างวัดทะนา ( Savang Vatthana )ในวันที่ 2 ธันวาคม 2518







มีครั้งหนึ่งที่พลเอกชายชาติได้รับมอบปริญญาเอกจากลุง แต่พลเอกชาติชายไม่เอาเพราะไม่ได้มีความรู้ในสาขานั้นเลย ผิดกับลุงและป้าที่ไม่เคยปฏิเสธเลย ทำเป็นอัจฉริยะมีความรอบรู้ในทุกเรื่อง



เลยเนรเทศหมอจงเจตน์ไปอยู่ต่างประเทศ จนกระทั่งได้มาแก้ตัวเรื่องทำกิฟท์ให้น้องนุ้ย จึงได้มีโอกาสกลับมา ภายในเวลา 5 ปี หมอคนนี้ เลื่อนจากพ.ต.อ.มาเป็น เป็นพล.ต.ท.แสดงให้เห็นถึงบารมีของเสี่ยในการแต่งตั้งนายตำรวจ จนเคยทำให้เกิดปัญหาไม่สามารถแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจได้ในช่วงปี 2552


เสี่ยอู ผู้ไม่เกรงใจใคร

เมื่อหลายปีก่อนช่วงที่เสี่ยยังอยู่กับสุทธิดา ที่คฤหาสน์นนทบุรี เสี่ยไล่ยึดที่ดินของชาวบ้านบริเวณนั้น โดยไม่มีการจ่ายเงินค่าเวณคืน แต่ชาวบ้านไม่มีใครกล้าปริปาก


ต่อมาเสี่ยอูต้องการที่ดินใกล้คฤหาสน์นนทบุรี เพื่อสร้างท่าเรือและที่เก็บเรือหรูของเสี่ย แต่ที่ดินผืนที่ติดกันเป็นที่ดินของวัดที่อยู่ไม่ไกลจากตัววัดชลประทาน ตามข่าวว่ามีโบสถ์ หรือเจดีย์เก่าอยู่ด้วย เสี่ยถูกต่อต้านอย่างหนัก จากพระปัญญาและพระลูกวัด แต่เสี่ยไม่ฟังเสียง ยังไงก็จะเอาให้ได้ และไม่พอใจพระปัญญา หาว่าท่านเป็นตัวตั้งตัวตี ถึงขนาดไปทะเลาะกับพระ และใช้กำลังยึดเอาที่ดินแปลงนั้น สั่งรื้อถอนศาลเจ้าพ่อเสือ และเอาของในวัดมาปลูกสร้างใหม่ในที่ดินใกล้ๆกัน

ทำให้พระปัญญาเสียใจมาก ถึงขนาดเอ่ยปากว่า ใครที่มีจิตใจชั่วช้า ทำกับสถานที่เก่าแก่แห่งนี้ เพียงเพื่อต้องการสนองกิเลส บาปกรรมจะตกถึงตัว และคนในครอบครัว ต่อมาเสี่ยก็ได้ครอบครองที่ดินผืนดังกล่าว เพียงเพื่อเอามาสร้างที่เก็บเรือและท่าขึ้นเรือ




สิรินเทพ:
เธอคือความหวังเดียวของตระกูล





พอจบโททั้งสองแห่ง ได้เรียนต่อปริญญาเอกสาขาวิชาพัฒนศึกษาศาสตร์ ศรีนครินทรวิโรฒ โดยผ่านการสอบคัดเลือกอย่างยอดเยี่ยมด้วยคะแนนเป็นอันดับหนึ่ง ในบรรดาผู้เข้าสอบทั้งหมด และสอบผ่านวิทยานิพนธ์อย่างยอดเยี่ยม ในระดับปริญญาเอก เมื่อปี 2529







โดยเฉพาะการดูแลทรัพย์สิน หุ้น ที่ดิน ห้างร้าน องค์กรสร้างบารมีต่างๆ เช่น ทุนการศึกษา มูลนิธิ กาชาด เนื่องจากเป็นคนประหยัดมัธยัสถ์ อัธยาศรัยดี รู้จักการสร้างบารมี และให้เป็นตัวแทนติดต่อสร้างความสัมพัน์ระหว่างประเทศ รวมทั้งมหาอำนาจจีน และเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดคือ ลาว เป็นตัวแทนของลุงและป้าในงานสำคัญๆ และพิธีการสำคัญๆ รวมทั้งการแจกปริญญา
อย่างไรก็ตาม ทายาทที่จะสืบทอดอำนาจของลุงยังเป็นเสี่ยอูตามระเบียบประเพณีที่มีมานาน
วีรกรรมของหญิงกลาง




หญิงเล็ก:
ผู้เปล่าเปลี่ยวตลอดเวลา

หญิงเล็กจุฬาพอง เกิดเมื่อ 4 กรกฎาคม 2500 เรียนชั้นประถมและมัธยมที่โรงเรียนจิตรลดา จบเคมีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เนื่องจากเธอเรียนเก่งมากทั้งๆที่ไม่ค่อยมีเวลาเรียนและเป็นโรคแพ้สารเคมี แต่ได้รับรางวัลเรียนดีตลอดระยะเวลา 4 ปีการศึกษา ด้วยคะแนนยอดเยี่ยม







ตอนที่หญิงเล็กไปผ่าตัดไส้ติ่งที่โรงหมอสีหราช เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เธอได้พบหลวงตามัว คงถูกชะตากัน หลวงตามัวจึงรับเป็นพ่อบุญธรรม เธอก็ไปนั่งปฏิบัติธรรม ที่วัดหลวงตามัว จากเหตุการณ์ที่ต้องเลิกร้างกับลีลายุทธ์ ทำให้หญิงเล็กต้องไปสงบใจนั่งทำสมาธิต่อไปที่วัดหลวงตามัว อุดรธานี






วีรกรรมของหญิงเล็กจุฬาพอง





โสภาวลี:
สตรีที่เสี่ยไม่ต้องการ



แต่ในที่สุดป้าก็จัดการให้หมดทุกอย่าง ป้าอยากได้ลูกสะใภ้เป็นคนในตระกูลเดียวกับป้า อาจเป็นเพราะป้าไม่ค่อยได้เรียนหนังสือ เลยไม่รู้กฏทางพันธุกรรม ที่เขาไม่ให้ญาติพี่น้องแต่งงานกัน เพราะจะทำให้ลูกที่เกิดออกมามักมีปัญหาไม่เหมือนคนปกติ




หลังจากศาลตัดสินให้เสี่ยอูหย่าได้แล้ว โสภาวลีก็ได้แต่ต้องปลงด้วยความเสียใจ วันๆ ก็เอาแต่กิน ตอนนี้น้ำหนักของเธอปาเข้าไปร่วม 100 กิโลแล้ว กลายเป็นหญิงอึ่งอ่างไปอีกคน
รัศมีจันทร์:
ซินเดอเรลล่าคาเฟ่





ผู้ติดต่อแนะนำให้เธอได้พบเสี่ยอูคือ พลตำรวจเอกสันติ มือปราบร่างสูงใหญ่ลูกเศรษฐีผู้ดี ผู้ทำหน้าที่เป็นจัดส่งสาวๆให้เสี่ยอู โดยใช้สำนักงานตำรวจเป็นที่ติดต่อและส่งตัวกันที่โรงแรมใหญ่ใกล้ๆกันนั้น



มีการประกาศยกเลิกหนังสือเดินทางของสุทธิดาและลูกชายทั้งสี่คนกล่าวหาว่าสุทธิดาเป็นชู้กับนายพลอากาศเอกอานาน และยังทุบตีลูกสาวคนเล็กที่ชื่อบูดน้ำพลอย ทั้งยังห้ามผู้ใดไปเยี่ยมเยียนติดต่อหรือให้ความช่วยเหลือทั้งสิ้น เพราะกลัวว่าสุทธิดาจะไปเปิดเผยความลับของครอบครัวลุงและเสี่ย ถ้าใครไปเยี่ยมครอบครัวสุทธิดา ก็จะโดนตำรวจเรียกมาสอบสวน แถมปล่อยข่าวว่าสุทธิดากับชู้เครื่องบินตกตาย เพื่อต้องการกลบเรื่องทั้งหมด







พลอยสว่างเป็นที่โปรดปรานมาก เคยมีแววจะเป็นเบอร์หนึ่ง แทนรัศมีจันทร์ เสี่ยเห็นเธอครั้งแรกที่ป้ายโฆษณาการบินไทยที่มีรูปเธอติดอยู่ เสี่ยรีบสั่งให้ตามตัวทันที พลอยสว่างเป็นลูกสาวของพระเอกหนังชื่อดังสรพันธุ์ ชาตรี กับภรรยาคนแรกที่เป็นแอร์สายการบิน






โครงการกินนมแม่ เริ่มสมัยปังปอนเริ่มกินนม สร้างภาพว่าเธอเป็นแม่ตัวอย่างที่ให้ลูกกินนม
โครงการรักษาเด็กที่เป็นโรคลมชักหรือลมบ้าหมู อันนี้ก็ตรงไปตรงมา เพราะปังปอนเป็นโรคลมชักบ่อย จึงต้องตั้งโครงการเพื่อรักษาปังปอน และได้โฆษณาผลงานไปด้วย แต่เธอก็ไม่กล้าบอกใครว่าปังปอนเป็นโรคลมบ้าหมู

โครงการเด็กน้อยออกกำลังกาย เพื่อโฆษณาว่าเธอสนใจให้ลูกออกกำลังกาย



คลิ้ปริมสระ นางฟ้าตกสวรรค์



ต่อมาเสี่ยอูก็กลับทำตัวเป็นคนเจ้าชู้ที่ไม่รู้จักอิ่มเหมือนเดิม รัศมีจันทร์ก็คงทำใจได้แล้ว เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาสะสมเงินทองเอาไว้ให้มากที่สุด รวมทั้งเพชร นิล จินดาและของมีค่าสารพัด







ศิริวารี:
ผู้โชคดีกว่าพี่ชายทั้งสี่คน


โดยเสี่ยอูบินไปรับตัวลูกสาวด้วยข้ออ้างว่าสุทธิดารังแกลูกสาวคนนี้ ต่อมาป้าสมจิตเปลี่ยนชื่อให้เป็นศิริวารี
ลุงสมชายผู้เป็นปู่มักเรียกศิริวารีว่าตัวเล็ก เพราะตอนเด็กๆ ตัวเล็กน่าสงสารมาก เธอกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของสุทธิดาผู้เป็นแม่ จนเธอเป็นโรคหวาดกลัวไม่กล้าเข้าสังคมและเคยถูกส่งไปเรียนที่โรงเรียนเด็กพิเศษอยู่ช่วงหนึ่ง




..........
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น